quote-left.png
ปลดล็อค...กัญชาทางการแพทย์เสรี

รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
quote-right.png
Mascot-dicut.png
ยาแก้ลมเนาวนารีวาโย
thai-tradi-3.png
(อยู่ระหว่างการผลิต)
ที่มาของตำรับยา
ตำรายาศิลาจารึกในวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม
“สิทธิการิยะ จะกล่าวลักษณะกำเนิดแห่งลม อันชื่อว่าเนาวนารีวาโย เป็นคำรบ ๑๘ นั้น เกิดแต่ปลายปัตคาดปลายสันทฆาตเจือกันกล่าวคือจับต้นคอเป็นต้นก็ดี ในลำคอก็ดี เหตุว่าแล่นถึงกันมักบังเกิดแก่สตรีทรงครรภ์ กระทำให้ปลายมือปลายเท้า ดุจปลาดุกยอก แล้วขึ้นมาจับเอาต้นคอให้คอแข็ง จะเบือนคอก็มิได้ สมมติว่าคอแข็งแล้วกระทำพิษให้ร้อนเป็นกำลัง จึงพระฤาษีเพทะกะเทพให้แต่งยานี้แก้ เอากัญชา ๑, ดีปลี ๑, พริกไทย ๑, ขิงแห้ง ๑, ขอบชะนางทั้ง ๒, ตานหม่อน ๑, ลูกจันทน์ ๑, ดอกจันทน์, สมุลแว้ง ๑,อบเชย ๑, กานพลู ๑, เอาเสมอภาค ทำเป็นจุณบดละลายน้ำผึ้งกินหนัก ๑ สลึง ให้กินเช้าเย็น อาจารย์ท่านกล่าวไว้ว่าให้กิน ๗ วันหายวิเศษนักฯ”
สูตรตำรับยา
ประกอบด้วย ตัวยา 12 ชนิด รวมน้ำหนัก 12 ส่วน ดังนี้
ลำดับตัวยาน้ำหนักยา
1 กัญชา 1 ส่วน
2 ดีปลี 1 ส่วน
3 พริกไทย 1 ส่วน
4 ขิงแห้ง 1 ส่วน
5 ขอบชะนางแดง 1 ส่วน
6 ขอบชะนางขาว 1 ส่วน
7 ตานหม่อน 1 ส่วน
8 ลูกจันทน์ 1 ส่วน
9 ดอกจันทน์ 1 ส่วน
10 สมุลแว้ง 1 ส่วน
11 อบเชย 1 ส่วน
12 กานพลู 1 ส่วน
ข้อบ่งใช้
แก้อาการเจ็บแปลบที่ปลายมือปลายเท้า ต้นคอตึงแข็งเกร็ง หันคอไม่ได้
รูปแบบยา
ยาผง ยาแคปซูล
ขนาดและวิธีใช้
รับประทานครั้งละ 2 กรัม วันละ 2 ครั้ง เช้าและเย็น ก่อนอาหาร
น้ำกระสายยาที่ใช้
  • น้ำผึ้งรวง
  • ถ้าหาน้ำกระสายยาไม่ได้ ให้ใช้น้ำสุกแทน
ข้อห้ามใช้
ห้ามใช้ในหญิงตั้งครรภ์ หญิงให้นมบุตร ผู้ที่มีไข้ และผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี
ข้อควรระวัง
  • ควรระวังการรับประทานร่วมกับยาในกลุ่มสารกันเลือดเป็นลิ่ม (anticoagulant) และยาต้านการจับตัวของเกล็ดเลือด (antiplatelets)
  • ควรระวังการใช้ร่วมกับยา phenytoin, propranolol, theophylline และ rifampicin เนื่องจากตำรับนี้มีพริกไทยเป็นส่วนประกอบ
ข้อมูลเพิ่มเติม
ลมเนาวนารีวาโย เป็นลมที่ทำให้มีอาการเจ็บแปล๊บที่ปลายมือปลายเท้าคล้ายปลาดุกยอก ต้นคอตึงแข็งเกร็ง หันคอไม่ได้
เอกสารอ้างอิง
โรงเรียนแพทย์แผนโบราณ. ตำรายาศิลาจารึกในวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์) พระนคร, พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้จารึกไว้เมื่อ พ.ศ. 2375 ฉบับสมบูรณ์, 2505. หน้า 322.
x