quote-left.png
ปลดล็อค...กัญชาทางการแพทย์เสรี

รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
quote-right.png
กรมการแพทย์แผนไทยฯ ร่วมกับภาคีเครือข่าย จัดกิจกรรม “กัญชา”ทางการแพทย์แผนไทย ให้ความรู้ประชาชนหลังประกาศกระทรวงสาธารณสุข ล่าสุด ปลดล็อกกัญชาออกจากยาเสพติดให้โทษประเภท 5 บางส่วน


กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกจับมือภาคีเครือข่าย จัดกิจกรรมเผยแพร่องค์ความรู้ การนำส่วนประกอบของกัญชาที่
ไม่ใช่ยาเสพติดมาใช้ประโยชน์ เตรียมต่อยอดในภาคอุตสาหกรรมยา อาหาร สมุนไพร ยานยนต์และสิ่งทอ ภายหลังจากกระทรวงสาธารณสุขปลดล็อกกัญชาออกจากยาเสพติดให้โทษประเภท 5 บางส่วน โดยช่อดอกและเมล็ดกัญชายังเป็นยาเสพติดให้โทษ

วันนี้(15 กุมภาพันธ์ 2564)เวลา 14.00 น. ที่บริเวณรอบอาคารพิพิธภัณฑ์การสาธารณสุขและการแพทย์ไทย กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี ดร.สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานเปิดกิจกรรมเผยแพร่องค์ความรู้การนำส่วนประกอบของกัญชาที่ไม่ใช่ยาเสพติดมาใช้ประโยชน์ โดยมีผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข ภาคีเครือข่ายจัดงาน และประชาชนที่ให้ความสนใจร่วมในงานดังกล่าว

    

ดร.สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ.2563 ที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม 2563 ที่ผ่านมา เป็นการปลดล็อกกัญชาออกจากยาเสพติดให้โทษประเภท 5 แค่บางส่วน โดยช่อดอกและเมล็ดกัญชายังเป็นยาเสพติดให้โทษ ทั้งนี้เนื่องจากตามอนุสัญญายาเสพติด ระหว่างประเทศยังควบคุมเป็นยาเสพติดแต่ใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ได้ และส่วนของกัญชาที่ปลดล็อกแล้วสามารถนำไปผลิตเพื่อใช้ประโยชน์อื่นๆ ได้ โดยผู้ที่จะนำวัตถุดิบเหล่านี้ไปใช้จะต้องนำมาจากผู้ที่ได้รับอนุญาตปลูก สกัด และผลิตเท่านั้น

  

สำหรับขั้นตอนการปลูก สกัด และผลิต ทั้งหมดยังต้องขออนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 7) พ.ศ.2562 ระบุผู้มีคุณสมบัติขออนุญาต คือ หน่วยงานรัฐ สถาบันอุดมศึกษา เกษตรกร วิสาหกิจชุมชน สหกรณ์ ผู้ประกอบวิชาชีพแพทย์ เภสัชกร แพทย์แผนไทย โดยกลุ่มวิสาหกิจชุมชน สหกรณ์จะต้องร่วมกับหน่วยงานรัฐตามเงื่อนไข และการนำเข้าวัตถุหรือสารของส่วนของกัญชานั้น ให้นำเข้าตามกฎหมายว่าด้วยยาเสพติดให้โทษยกเว้นเปลือกแห้ง แกนลำต้นแห้ง เส้นใยแห้งของกัญชา ในส่วนองค์ประกอบของกัญชาที่ปลดล็อกแล้ว ประกอบด้วย ส่วนของใบ กิ่ง ก้าน และราก สามารถนำมาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ ศึกษาวิจัยผลิตภัณฑ์ เช่น ยา อาหาร สมุนไพร เครื่องสำอาง ในส่วนของเปลือก ลำต้น เส้นใย ใช้ศึกษาวิจัยนำไปใช้ในภาคอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น สิ่งทอ ยานยนต์ กระดาษ เป็นต้น

  

ดร.สาธิต กล่าวต่อไปว่า ประชาชนทุกคนสามารถใช้ประโยชน์จากส่วนของกัญชาที่ไม่จัดเป็นยาเสพติดได้แต่ต้องมาจากผู้ได้รับอนุญาตปลูกที่ถูกต้องตามกฎหมาย โดยปรุงอาหารได้ ทำผลิตภัณฑ์สุขภาพได้ โดยต้องใช้ส่วนวัตถุดิบกัญชาที่ไม่ใช่ยาเสพติดและต้องมาจากสถานที่ปลูกภายในประเทศที่ได้รับการอนุญาตแล้วเท่านั้น สามารถทำใช้เองได้ในครัวเรือน เช่น ลูกประคบสด หรือถ้าจะผลิตเพื่อจำหน่ายต้องขออนุญาตภายใต้กฏหมายผลิตภัณฑ์สุขภาพนั้น เช่น พระราชบัญญัติผลิตภัณฑ์สมุนไพร พระราชบัญญัติเครื่องสำอาง

  

ทางด้าน แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กล่าวว่า กิจกรรมเผยแพร่องค์ความรู้การนำส่วนประกอบของกัญชาที่ไม่ใช่ยาเสพติดมาใช้ประโยชน์ในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่องค์ความรู้การนำส่วนประกอบของกัญชาที่ไม่ใช่ยาเสพติดมาใช้ประโยชน์ เป็นการดำเนินงานร่วมกันระหว่างภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ร่วมมือกันจัดกิจกรรมขึ้นมา สำหรับกิจกรรมภายในงานประกอบด้วย การเสวนาการใช้ประโยชน์จากส่วนต่างๆ ของกัญชาที่ไม่ใช่ยาเสพติด การเสวนาการนำองค์ความรู้ภูมิปัญญาดั้งเดิมในการนำกัญชามาปรุงอาหาร และพบกับบูธนิทรรศการ ร้านค้าผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่มีคุณภาพตลอดงาน  งานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 15-16 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา 09.00-16.30 น. เป็นต้นไป

  

   

จากหน่วยงาน : เปิดดู 578 ครั้ง
วันที่ประกาศข่าว : 15 กุมภาพันธ์ 2564
x